You are here: บทความ

“พุก” คุณภาพ กับ ความปลอดภัย คู่ปัจจัยที่ต้องไม่มองข้าม

พุก คุณภาพ กับ ความปลอดภัย

คู่ปัจจัยที่ ต้องไม่ มองข้าม



ในยุคแห่งความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางด้านเศรษฐกิจการเติบโตของอุสาหกรรมก่อสร้าง เป็นสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์โดยตรง และ เป็นตัวบ่งชี้ถึงสถานะภาพการเติบโตของประเทศต่างๆในโลก เช่น หากว่าประเทศใดมีอัตราการเจริญเติบโตสูงในอุตสาหกรรมนี้ ประเทศนั้น ก็น่าจะอยู่ในช่วงที่ดีของการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ และ หากประเทศใดมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำในอุตสาหกรรมนี้ สถานะภาพทางเศรษฐกิจ ก็น่าจะอยู่ในลักษณะเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้าง จำเป็นอย่างยิ่งที่ ประเทศต่างๆจะต้องให้ความ สำคัญกับสิ่งหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ อุตสหกรรมนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ ความเกี่ยวข้องที่ว่านี้คือ "ความปลอดภัย" นั่นเอง
โครงการ ก่อสร้างมูลค่า ตั้งแต่ไม่กี่แสนบาท จนถึงโครงการมูลค่ามากกว่าพันกว่าหมื่นล้านบาท ในบ้านเรานั้น ล้วนเกิดจากจุดเริ่มต้นของความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น โครงการเกี่ยวกับที่พักอาศัยขนาดใหญ่ ,ท่าเรือเพื่อการขนส่ง หรือ การคมนาคม, โครงการสร้างสะพาน ถนนหนทาง หรือแม้แต่โครงการสร้างร้านกาแฟเล็กๆ หน้าปากซอย

"พุก” ส่วน เล็กๆ ของงานก่อสร้างและติดตั้งต่างๆ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ชื่อที่คนหลายคนไม่คุ้นหู และ อาจจะเป็นชื่อที่คนในแวดวงก่อสร้างรู้จักกันมาตั้ง แต่ยังผสมปูนไม่เป็นด้วยซ้ำ   โครงการต่างๆ ย่อมมีเจ้าตัวเล็กนี้เป็นส่วนหนึ่งทั้งสิ้น

"พุก" คือ อุปกรณ์สำหรับช่วยยึดนอตหรือสกรูเข้ากับผนัง ยึดวัสดุหรือเครื่องจักรกับพื้นคอนกรีต หรือ แม้แต่ยึดคอนกรีตกับพื้นคอนกรีตเข้าด้วยกัน  ทุกคนคงคุ้นหูคุ้นตากับ"ตัว หนอนพลาสติก"ที่ใช้เมื่อต้องการแขวนตู้หรือภาพบนผนัง จริงๆแล้วพุกมีหลากหลายชนิด รูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้เป็นลักษณะตัวหนอนทั้งหมด แต่หลักการทำงานจะคล้ายๆกันคือช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างตัวพุกกับคอนกรีต ช่างที่มีความชำนาญงานรู้ดีว่า งานชนิดใดใช้กับพุกชนิดใด ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความคงทนและความปลอดภัยซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ อย่างมาก สำหรับอุปกรณ์ก่อสร้างที่เล็กเฉพาะรูปลักษณ์ อย่างพุก ชนิดของพุก อาจแบ่งได้เป็นชนิด ใหญ่ ๆ ตามประเภทของวัตถุดิบที่ผลิต ดังนี้
1. พุกไนล่อน หรือ พุกพลาสติก
2. พุกเหล็ก หรือ พุกโลหะผสม
3. พุกเคมี

พุกไนล่อน หรือ พุกพลาสติกนั้น โดยมากแล้วมักใช้งานที่ต้องการรับน้ำหนักไม่มากนัก หรือใช้กับคอนกรีตบล็อกและอิฐมอญทั่วไป เช่นแขวนรูปภาพ หรือช้นวางติดผนังที่มีนำหนักไม่มากนัก อย่างไรก็ตามพุกที่ทำจากไนล่อนจะมีความแข็งแรงและเหนียวกว่าพุกที่ทำจาก พลาสติก


พุกเหล็กหรือพุกโลหะผสม ทั่วๆไปแล้วจะใช้กับงานคอนกรีต ไม่จำเป็นว่าเป็นคอนกรึตมวลเบา งานยิปซัมงานคอนกรีตที่ต้องรับน้ำหนักสูงๆ การยึดติดนั้นใช้หลักการของการขยายตัวของขาพุกเพื่อให้เกิดการการอัดตัวเข้า กับผนังรูคอนกรีต ดังนั้นในหลายๆ กรณี จะเรียกพุกชนิดนี้ว่า "พุกขยาย" ซึ่งมีหลายลักษณะและรูปแบบการใช้งาน ขึ้นกับประเภทงานที่ใช้ ชนิดคอนกรีต วัตถุประสงค์งานติดตั้ง หรือในบางกรณีต้องใช้พุกที่ทำจากโลหะที่ป้องกันการกัดกร่อนเป็นพิเศษ เช่นพุกที่ทำจาก โลหะสแตนส เป็นต้น


พุกเคมี พุก แบบนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้ตามบ้านมากนัก เพราะเป็นอุปกรณ์สำหรับช่างก่อสร้างอาชีพ แต่ก็น่าจะรู้จักกันไว้บ้าง การติดตั้งนั้น ช่างจะเจาะรูที่เสาหรือพื้นคอนกรีต จากนั้นจะฉีดเคมีเข้าไปในรูเจาะ เคมีจะผสมกันระหว่างสารประกอบเรซิ่นและสารเร่งการแข็งตัว  สอด เหล็กเส้นหรือสตัดเกลียวเข้าไปในรูเจาะที่ฉีดกาวเคมีไปแล้ว กาวเคมีที่ผสมกันแล้วในรูเจาะจะช่วยยึดเหล็กเส้นหรือ สตัดเกลียว ให้ติดแน่นกับคอนกรีต

ปัจจุบัน การให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพและความมั่นคงในการยึดติดของพุก ได้รับการละเลยเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับพุกเหล็ก เนื่องจากช่างส่วนใหญ่เข้าใจว่า พุก เป็นสินค้า Low Technology แค่ ทำการติดตั้งให้ขาพุกขยายออกได้ ก็สามารถยึดติดกับคอนกรีตได้แล้ว หรือ แม้แต่เรื่องของลักษณะภายนอกของพุก ที่ยังมีคนเข้าใจว่าหน้าตาแบบไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นสุดท้ายก็ต้องฝังอยู่ใน คอนกรีตเหมือนกัน    ซึ่งเป็นความ เข้าใจที่ค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน และ อันตรายเป็นอย่างมากสิ่งที่จะอาจเกิดขึ้นหลังการติดตั้ง ประกอบกับปัจจุบัน มีสินค้าที่ผลิตออกมาโดยใช้แค่เพียงการผลิตให้ได้รูปลักษณ์คล้ายกัน แต่ไม่เน้นเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ราคาค่อนข้างถูก และไม่สามารถทราบแหล่งหรือโรงงานที่ทำการผลิตได้   ทำ ให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายที่น่ากลัว ดังจะเคยได้ทราบข่าวในหลายๆ ครั้งที่พิบัติภัยจากสิ่งก่อสร้าง เกิดจากการพังทลายที่มีสาเหตุมาจากการวิบัติ ของพุก หรือ ตะปูเกลียวที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือแม้แต่การใช้พุกที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะงาน


ในหลายกรณีทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่ามหาศาล หรือแม้แต่ในบางประเทศถึงขนาดมีความคิดที่ว่า อุปกรณ์ชนิดนี้ใช้คุณภาพอย่างไรก็ได้ ขอให้ราคาถูก จะดีหรือไม่ดี หน้าตาจะเป็นอย่างไรก็ติดตั้งได้เหมือนกัน บางรายถึงขนาดยอมที่จะตัด Factorsof Of Safety ออก ไป เพื่อให้ได้สินค้าที่ราคาถูกที่สุดก็มี เรียกว่า สร้างสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ใช้ หลังจากนั้นใครจะเป็นอย่างไรก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง

บริษัท ซันโก ฟาสเท็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตพุกเหล็กคุณภาพสูงรายใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งพุกตะปู (Hammer Drive Anchor) เป็นพุกเหล็ก ที่บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มช่างเทคนิคทั้งในวงการก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม แต่ในเรื่องของความแตกต่างทางด้านคุณภาพการผลิต และความปลอดภัยหลังการติดตั้ง ยังไม่ค่อยเป็นที่เข้าใจมากนัก เนื่องจากการออกแบบ เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น และกว่าจะออกมาสู่ตลาดให้ผู้ใช้เห็นคุณประโยชน์ก็เป็นเวลาพอสมควร ลักษณะเด่นของพุกชนิดนี้ คือ ง่ายต่อการติดตั้ง และสามารถปรับระยะการติดตั้งได้ รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณภาพงานมักจะเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งมีความปลอดภัยสูง เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ประเทศซึ่งได้ชื่อว่า ให้ความสำคัญต่อเรื่องของความปลอดภัยเป็นอันดับ 1  จากรูปลักษณะที่ง่ายต่อการผลิต พุกประเภทนี้ จึงออกสู่ตลาดจำนวนมาก จากหลายแหล่งผลิต โดยไม่สนใจว่าต้องใช้เทคนิคพิเศษ หรือ ความรู้ (Know how) ในการผลิตที่มาจากแหล่งกำเนิดคือประเทศญี่ปุ่น หรือไม่อย่างไร


พุกตะปู (Hammer Drive Anchor) ของ ซันโก ประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ 1. ส่วนของตัวพุก (Body)
2. ส่วนของตัวตะปู (Center pin) และ
3. ส่วนของนัต (ฺBelltight Nut) ซึ่งเป็นชนิดพิเศษ คือตัวนัตมีแหวนผิวโครง
ประกอบติดมาด้วยเพื่อทำหน้าที่เป็นสปริงไปในตัว

ส่วนสำคัญของพุกตะปูคุณภาพสูง และสามารถเชื่อถือได้ในความปลอดภัยหลังการติดตั้ง คือ ตัวตะปู และ นัต ชนิดพิเศษที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์
ตัว ตะปู ต้องผ่านการผลิตโดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงเฉพาะสำหรับใช้กับพุกตะปู โดยผ่านกรรมวิธี ในการขึ้นรูปตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่น่าเชื่อถือ จากนั้นถูกนำไปผ่านกระบวนการอบชุบแข็งด้วยความร้อน ( Heat Treatment) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ "ซันโก" เท่านั้น ตัวตะปูที่ผ่านขึ้นตอนการผลิตนี้จะต้องคงสภาพ ไม่หักหรือแตกร้าวเมื่อทำการทดสอบการดัดงอที่ 90องศาซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้พุกตะปูของ ซันโก ยากต่อการเรียนแบบให้ได้คุณภาพดี โดยพุกตะปูที่มาจากแหล่งอื่นในตลาด ทั้งนี้เนื่องจากจุดสำคุญของพุกตะปูอยู่ที่คุณภาพของตัวตะปูเป็นสำคัญ แรงยึดเนี่ยวของพุกจะให้ประสิทธิภาพสูงเต็มที่ต่อเมื่อตะปูถูกตอกจนกระทั้ง บ่าของตะปูจมลงไปแนบสนินกับบ่าหน้าสัมผัสด้านบนตัวพุก พุกตะปูที่ด้อยคุณภาพ และราคาถูก จะหักหรืองอก่อนที่บ่าตะปูจะจมลงอย่างเหมาะสม หรือ อาจต้องใช้แรงตอกมากในแต่ละครั้ง ทำให้เกิดการล่าช้าในการทำงานและความเสียหายในการติดตั้งตัวต่อๆไปได้

ตะปูที่ผ่านการทดสอบและได้คุณภาพ ตะปูที่ผ่านการทดสอบและไม่ได้คุณภาพ จะดัดไม่หักที่มุม 90 องศา จะดัดหักก่อนมุมถึง 90 องศา
พุก ตะปูราคาถูกด้อยคุณภาพ การตอกจะยากและ เสียหายดัดงอก่อนจมลง  ทำให้การรับแรงไม่เต็ม ประสิทธิภาพ เกิดอันตรายหลังการติดตั้ง

อย่าง ไรก็ตามช่างที่มีความชำนาญและให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในการติดตั้งและการ ก่อสร้างมักเลือกใช้พุกที่สามารถอ้างอิงที่มาของผู้ผลิตหรือมาตรฐานการผลิต ได้ชัดเจนเท่านั้น อีกทั้งต้องมีข้อมูลการรับรองทางการผลิต ซึ่งจุดนี้เองทำให้ "พุกเหล็ก ซันโก" ได้รับความไว้วางใจจากตัวแทนจำหน่าย และ Hardware Shop ชั้นนำที่ให้เห็นถึงความสำคัญ และให้ความใส่ใจต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน

พุกเหล็กของ บริษัท ซันโก ฟาสเท็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ภายใต้แบรนด์ “ซันโก (SANKO)” มีชนิดต่างๆ ที่ผลิตดังนี้ “พุกปลั๊กใน (Drop-in anchor) , พุกปลั๊กนอก (Grip anchor), พุกสตัด (Bolt anchor) และพุกเชื่อม (Weld anchor)” ซึ่งทั้งหมดผลิตในประเทศไทย ภายใต้การควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานเดียวกันกับ บริษัท ซันโก เทคโน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น  จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่า พุกเหล็ก “ซันโก (SANKO)” ทุกตัว สามารถรับประกันความสม่ำเสมอของสินค้าและความปลอดภัยหลังการติดตั้งอย่างถูกวิธี (ตามมาตรฐานผู้ผลิต) 100%

บริษัท ซันโก ฟาสเท็ม(ไทยแลนด์) จำกัด ไม่เพียงแต่จะมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำการผลิตพุกเหล็กคุณภาพสูงในประเทศไทยเท่านั้น “ซันโก” ยังมีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงใน ไลน์ ของอุตสาหกรรมการก่อสร้างอื่นๆ เช่น พุกเคมี Epoxy Resin 100% “SANKO” , Concrete Drill Bits “SANKO” คุณภาพสูง, เครื่องตัดเหล็ก, เครื่องดัดเหล็ก และเครื่องเจาะเหล็ก แบบเครื่องย้ายได้ จากประทศญี่ปุ่น   สินค้า ทุกประเภทล้วนรับประกันคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย และความมั่นใจ รวมไปถึงจิตสำนึกของการเป็นผู้ผลิตที่ดี จนได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
วันนี้ แม้การแข่งขันในตลาดจะรุนแรงมากขนาดใดก็ตาม คุณภาพ ยังคงเป็นสิ่งที่ “ซันโก” ให้ ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด การลดต้นทุนโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยไม่ลดคุณภาพ เป็นสิ่งที่เราทุกคน มุ่งมั่นเพื่อให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด  เพื่อให้สังคมไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี บนพื้นฐานของความปลอดภัย  เพราะเรา “ซันโก” เชื่อในคำทีว่า

"คุณภาพ และ ความปลอดภัย คู่กับปัจจัยที่ ต้องไม่ มองข้าม"
แล้ววันนี้ พุก ที่ว่าเล็กๆ ก็จะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป


อ้างอิงข้อมูลจาก: http://www.oknation.net/blog/lipotonysanko/2009/09/23/entry-1